แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Upadate แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Upadate แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Office 2013 First Look


Microsoft เพิ่งจะออก Office เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดมาให้ได้ยลโฉมกันนั่นก็คือ Office 2013 แต่ว่าเวอร์ชั่นนี้ยังไม่ใช่เวอร์ชั่นจริงที่จะวางขายแต่เป็นเวอร์ชั่น Preview ที่ออกมาให้ดูก่อน หรือสมัยก่อนก็จะเรียกว่า Release Candidate หรือ RC เป็นเวอร์ชั่นที่มาให้ทดลองใช้ ทางบริษัทขอสงวนความรับผิดชอบกับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ฮ่าๆ อันหลังนี้ผมพูดเอง ลองไปดูกันเลยดีกว่า
Metro Look
Office 2013 นั้นนำเสนอ Theme ในแบบ Metro อย่างเต็มที่เพราะ Microsoft เขาคุยนักคุยหนาว่าเจ้า Metro นี่แหละคือ อนาคตของ Microsoft เขาละ Software รุ่นใหม่ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น OS หรือ Application ต่างก็ใช้เจ้า Metro นี้ทั้งนั้น อย่าง Windows 8 ที่ออกเวอร์ชั่น Preview ไปแล้วก็ใช้ Metro เหมือนกัน ความรู้สึกที่ได้ก็คือทุกอย่างเหมือนเป็นหน้าเว็บไปหมด ไม่เหมือนกำลังใช้ Application บน   Windows อยู่แต่ความรู้สึกที่ได้รับเหมือนกับใช้ Browser ทำงานอยู่บนหน้าเพจใดเพจหนึ่งบนเว็บไซต์แทน ซึ่งผมก็เข้าใจว่าทาง Microsoft เองก็น่าจะตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน Metro กันตั้งแต่ตอน Setup จนถึงการใช้งาน


Word

Excel

Onenote
PowerPoint

Cloud Based
จุดเด่นของ Office 2013 อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องที่เราสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ไฟล์งานของเราก็สามารถตามเราไปได้ทุกที่ที่มีอินเตอร์เน็ต

Office 2013 เพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อเข้ากับ SkyDrive ซึ่งเป็นที่เก็บไฟล์อยู่บน Cloud ของ Microsoft เอง ซึ่งทุกๆ Application ใน Office 2013 นั้นสามารถเชื่อมต่อกับ SkyDrive ได้โดยตรง เรียกว่าทำงานเสร็จปุ๊บ Save เก็บลงบน SkyDrive ได้เลย แล้วก็ไปเปิดใช้งานจากที่ไหนก็ได้
 เมื่อติดตั้ง Office เสร็จเขาก็จะให้เรา Sign in ด้วย Live ID เพื่อที่จะ Sync ทุกอย่างเข้ากับ Live ID ของเรา



ตอนท้ายก็จะให้เราเลือกลายว่าอยากให้ office ของเราหน้าตาเป็นอย่างไร จริง ๆ มันคือลายมุมบนด้านขวาของ Application ทุกตัวในชุดของ Office นั่นเอง


อย่างตัว OneNote ตอนเปิดโปรแกรมครั้งแรกมันก็จะทำการเชื่่อมต่อกับ SkyDrive ให้เลย (ถ้า LiveID ของเราเชื่อมต่ออยู่กับ SkyDrive อยู่แล้ว) แต่เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงภายหลังได้เช่นกัน ตัว Onenote นี้จะเชื่อมต่อกับ SkyDrive อย่างชัดเจน




ส่วนถ้าเป็นพวก Word, Excel หรือ PowerPoint เราจะเห็นหน้าตาอีกแบบ

เพราะส่วนของ Word, Excel หรือ PowerPoint เราสามารถ Add Service อื่นเพิ่มเข้าไปได้เพื่อการเชื่อมต่อกับ Service อื่นๆ ที่แนบแน่นขึ้น เจ้า Service ที่ผมพูดถึงก็คือ พวก LinkedIn, SkyDrive พวก Image Provider อื่นๆ เช่น YouTube และ Flickr เป็นต้น แต่ถ้ามี LiveID เดียวกันมันก็จะ Link ทุกอย่างมาให้เลย สะดวกไหมละ 




อีกเมนูนึงที่น่าสนใจก็คือ Share เราสามารถ Invite คนอื่นให้เข้ามาดูไฟล์ของเราได้ โดยการ Save ไฟล์ลงใน SkyDrive หลังจากนั้นเราก็สามารถเลือกที่จะเชิญคนอื่นๆ เข้ามาดูไฟล์ของเราได้โดย Email หรือผ่านทาง Social Networks ก็ได้ โดยทุกอย่างก็ทำผ่านทาง Office 2013 นี่แหละ
นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการเผยแพร่ออกไปที่ Blog ของเรา เราสามารถ setup Link ของ Blog เราพร้อม Account ของเราเอง และเลือกที่จะ Publish สิ่งที่เขียนบน Word ไปบน Blog ได้เลย 
และยังมีเรื่องของ Present Online อีก เราสามารถนำเสนองาน Online ได้เลยผ่านทาง Service ที่ Microsoft เตรียมไว้ให้ ผู้ฟังสามารถดูผ่าน Browser ได้เลย จากที่ไหนก็ได้ แต่ส่วนนี้ผมยังไม่ได้ลองว่าเป็นอย่างไรบ้าง


เล็ก ๆ น้อยๆ
เมนู ยังคงเป็น Tab Bar เหมือนๆ เดิมไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปจากเวอร์ชั่นเดิมเพียงปรับเส้นสายเพียงเล็กน้อยให้ดูเป็น Metro หน่อยจะได้เข้ากับ Theme ที่วางไว้


 ในชุดของ Office 2013 เราจะเห็นเจ้าหน้ายิ้ม กับหน้าบึ้ง อยู่ในทุกๆ Application มันคืออะไรกันแน่ ถ้าอยากรู้ก็ลองกดดูครับ 
 จริงๆ แล้วมันก็คือ Feedback ที่เอาไว้ส่งข้อความกลับไปที่ Microsoft นั่นเองจะ Report ตัว Bug หรือจะแนะนำการแก้ไขเฉยๆ ก็ได้ มีเลือกให้เพิ่ม Screenshot ให้เลย ไม่ต้อง Capture หน้าจอเอง หรือจะเพิ่ม email ของผู้แจ้งเข้าไปด้วยก็ได้


Quick and Dirty แค่นี้ก่อนนะครับ ถ้ามีอะไรเด็ดๆ จะนำมาเล่าสู่กันฟังต่อ

วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555

ประเทศไทยพร้อมหรือยังสำหรับ Cloud Computing

 

ถ้าจะถามว่าประเทศไทยของเราพร้อมหรือยังสำหรับ Cloud Computing หลายคนน่าจะมีคำตอบแตกต่างกันออกไปตามแต่ทัศนะคติของแต่ละคน แต่ถ้าถามในแง่ของนักลงทุนต่างชาติว่า พร้อมหรือไม่ที่จะเข้ามาลงทุนเรื่อง Cloud Computing ในประเทศไทย แค่ความเห็นของใครบางคนคงไมเพียงพอ น่าจะมีหลักฐานอื่นที่ช่วยในการรองรับความเห็นนั้นด้วย

The Asia Cloud Computing Association ก่อตั้งขั้นในปี 2010 ซึ่งสมาคมนี้พลักดันให้เกิดการพัฒนา Cloud Computing ในแถบเอเซียขึ้นโดยผ่านทาง Index ที่ทางสมาคมจัดทำขึ้น

นี่คือ Index ตัวใหม่ที่ทางสมาคมจัดทำขึ้น

image

ที่มา http://www.asiacloud.org/

จะเห็นได้ว่าประเทศไทยเราอยู่ในอันดับสูงมาก (ตัวเลขเยอะ) เป็นประเทศที่จะเป็นตัวเลือกท้ายๆ ถ้าเขาจะเลือก เพราะเราอยู่ในอันดับ 10 จากทั้งหมด 12 อันดับ เหนือกว่า อินโดนีเซีย และ เวียดนามนิดหน่อย (ไม่กี่คะแนน) ไม่รู้ว่าเราจะรักษาอันดับ 10 ได้นานแค่ไหน

เราได้คะแนนต่ำในเกือบทุกข้อ ยกเว้นเรื่อง Power Grid กับ Internet Filtering แต่หัวข้อที่ได้ต่ำมากก็คือ Data Protection Policy ซึ่งข้อมูลนี้มาจากทาง BSA เมื่อดูคะแนนแล้วก็รู้สึกหนักใจ สำหรับการพัฒนาเรื่อง Cloud Computing ในบ้านเรา เพราะคงจะหวังการลงทุนจากต่างประเทศในเร็ววันนี้คงยาก เพราะเราไม่ใช่ตัวเลือกแรก แต่เราเป็นอันดับ 3 จากท้ายตาราง คนในประเทศคงต้องพัฒนาเรื่อง Cloud กันเอง เราถึงจะมี Cloud ใช้กันอย่างแพร่หลาย

วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555

Windows Phone 7 จะรอดไหมหนอ?

 

ได้อ่านบทความของทาง TechRepublic เรื่อง Windows Phone 7: The OS/2 of this generation? ทำให้หวนไปนึกถึงความหลังเก่าๆ ที่เคยใช้ OS/2 คนรุุ่นใหม่ๆ อาจจะไม่รู้จัก OS/2 แต่ขอบอกว่าเป็น OS ที่ดีมากๆ เสถียรสุดๆ เสียอยู่อย่างเดียว ไม่ค่อยมีคนใช้ แล้ว Windows Phone 7 ละ จะมีชะตากรรมเดียวกับ OS/2 หรือเปล่า เพราะ Windows Phone 7 มีชะตากรรมที่ผูกโยงกับ Nokia อยู่ เหตุเพราะ Microsoft เลือก Nokia เป็น Hardware Partner อันดับ 1 ทำให้คนจะใช้ Windows Phone 7 เยอะหรือไม่เยอะ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเครื่อง Smartphone ของ Nokia นั้นขายได้เยอะมากเท่าไร แต่ว่าตอนนี้สถานะการของ Nokia ไม่ค่อยจะดีนัก

ภาพจาก https://www.facebook.com/#!/nokiathailand

โนเกียเพิ่งจะออกสินค้ารุุ่นใหม่คือ Nokia Lumia 900 เป็น Smartphone ที่ใช้ Windows Phone 7 เป็น OS แต่เปิดตัวที่อเมริกาไม่ค่อยสวยเท่าไร เพราะดันไปมีปาร์ตี้เปิดตัวในวันศุกร์ที่ 6 และเริ่มขายจริงในวันอาทิตย์ที่ 8 เมษา ซึ่งเป็นวันหยุดประจำชาติของอเมริกาทำให้ไม่มีร้านไหนเปิดขายของ แล้วคนเขาจะไปซื้อของที่ไหน อีกปัญหาหนึ่งก็คือตัวคนขายเองก็ไม่ได้เชียร์ Lumia 900 แต่ไปเชียร์ iPhone หรือ Android มากกว่า ทำให้ยอดขายไม่ค่อยวิ่ง ส่งผลให้ปริมาณคนใช้ Windows Phone 7 นั้นน้อยลงไปด้วย

อาการของ Nokia ก็ส่อเค้าไม่ค่อยดีเท่าไร ข่าวจากกรุงเทพธุรกิจรายงานว่า “โนเกียออกอาการร่อแร่ มีกระแสเงินสดเหลือบริหารธุรกิจได้อีก 7 ไตรมาส ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดมือถือที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ”  เมื่อน้ำเลี้ยงไม่ค่อยดีแล้วคงต้องคอยดูว่า Nokia จะอยู่ได้นานอีกแค่ไหน หรือจะกลับมาได้หรือเปล่า การจะมาหรือจะไปย่อมส่งผลต่อ Windows Phone 7 โดยตรง ในไตรมาสแรก Nokia ขายเครื่องได้ 2 ล้านเครื่อง เมื่อเทียบกับ iPhone 31 ล้านเครื่อง และ Samsung 37 ล้านเครื่อง คงเทียบกันไม่ติด ปัจจุบัน Application บน Windows Phone มีประมาณ 80,000 ตัว แต่คงเทียบไม่ได้กับ 500 ล้าน Application บน iOS และ Android ซึ่ง Nokia คงต้องรีบแก้ปัญหานี้ให้ได้โดยเร็ว

ในไตรมาสแรก Nokia ใช้เงินไปแล้ว 700 ล้านยูโร เหลือเงินอีก4,900 ล้านยูโร แต่ยิ่งสถานะการของ Nokia ไม่ดีขึ้นราคาหุ้นของ Nokia ก็ยิ่งตกลงทุกวันทุกวัน  เวลาอาจจะสั้นกว่าที่คิดก็ได้ ล่าสุดในประเทศไทยเรา Nokia ออกโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อ Nokia แจกรถยนต์ Honda Jazz ไม่นึกว่ายักษ์ใหญ่ในสมัยก่อนที่ไม่เคยง้อใคร จะตกต่ำได้ขนานนี้ หรือว่านี่จะเป็นการดิ้นเฮือกสุดท้ายกันแน่

ภาพจาก http://www.techxcite.com/topic/9183.html

ก็ไม่รู้ว่าใครตัดสินใจผิดกันแน่ Nokia ที่เลือก Windows Phone  เป็น Partner หรือ Windows Phone เลือก Nokia เป็น Partner 

ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร เพราะถ้าจะดูการ Review แล้ว Lumia 900 พร้อมด้วย Windows Phone 7 นั้นเป็นเครื่องที่ดีทีเดียว ดีพอที่จะแทนที่ iPhone หรือ Android ได้เลย แต่ปัญหาก็กลับไปอยู่ที่ว่าจะมีคนเลือก Lumia 900 ไปใช้หรือเปล่า รึว่า Window Phone 7 จะกลายเป็น OS/2 ของสมัยนี้ไป???

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

Internet TV (Smart TV) Continue

 

ในงาน CES ทุกปีถือได้ว่าเป็นงานปล่อยของ และในงาน CES 2012 ปีนี้ก็มีคนมาปล่อยของเยอะเช่นเดิม ตอนนี้ขอโฟกัสที่ Internet TV หรือ Smart TV ก่อนนะครับ

Lenovo Idea TV

ที่มา: http://www.hdtv-news.com/news/lenovo-k91/

  • 55-inch or 42-inch screen
  • 1080p HDTV
  • LED-backlit
  • 3D-ready
  • A 240 Hz mode
  • A 1.5 GHz Dual-Core Qualcomm Snapdragon processor
  • A five-megapixel webcam built into the bezel for video calls

หัวใจของ Smart TV ตัวนี้ก็คือ Android 4.0 (Ice Cream Sandwich) ซึ่งมี Application ติดตั้งมาให้แล้วกว่าร้อยตัว Lenovo ยังใส่ความสามารถอื่นเข้าไปใน Lenovo Idea TV นี้ด้วยเพื่อให้อุปกรณ์อื่นๆ ของ Lenovo สามารถควบคุมหรือติดต่อสื่อสารกับ TV นี้ได้ เช่น พวก Tablet, Computer หรือ มือถือ

เนื่องจากเป็น Android ทำให้เชื่อมต่อกับ Android Market ได้ สามารถ Download Application ใหม่ๆ ได้ ทำให้ทีวีไม่ใช่แค่ทีวีอีกต่อไป เราสามาถทำอะไรได้หลายอย่างในทีวีเครื่องนี้ เหมือนกับมี computer อีกหนึ่งตัว

ทีวีตัวนี้มีกล้องติดมาด้วย ทำให้เราสามารถใช้ทำ Video Call ได้ และตัวกล้องยังมีความสามารถมากกว่านั้นเพราะมันยังทำหน้าที่ Face Detection เพื่อจำกัดสิทธิการเข้าถึง Android Market เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่น เข้าไปซื้อ Application โดยที่เราไม่รู้เรื่อง

Lenovo Idea TV from CNET

ข่าวร้ายก็คือ Lenovo ทำรุ่นนี้ออกมาขายในจีนเท่านั้น ยังไม่แผนที่จะขายที่อื่น ก็คงต้องรอกันต่อไป

LG Google TV

ทีมา: www.lgnewroom.com

อีกหนึ่งยี่ห้อที่เลือกใช้ Android เป็นหัวใจในการทำงาน แต่แทนที่จะพัฒนาตัว Android เอง ทาง LG เลือกที่จะเอา Google TV ซึ่งแต่เดิมเราเห็นเป็น SetTopBox ขายแยก ที่ Google พยายามทำตลาดมาหลายปีแล้ว LG จับ Google TV ยัดเข้าไปในตัวเครื่อง TV ของ LG กลายเป็น LG Smart TV with Google TV Technology ซึ่ง ทีวีตัวนี้ถือได้ว่าเป็น Home Entertainment ตัวใหม่ที่น่าสนใจเลยทีเดียว ความสามารถต่างๆ ของ Internet TV ตัวนี้ก็คืออะไรที่ Google TV ทำได้ ทีวีตัวนี้ก็ทำได้ ก็แน่ล่ะจับ Google TV ยัดลงไปทั้งกล่อง ถ้าทำไม่ได้ก็แปลกล่ะ

Google TV

นอกเหนือจาก Application ต่าง ๆ ที่เราติดตั้งลงไปได้ อัดรายการทีวีได้ เลือกดูรายการทีวีย้อนหลังได้ Google TV ยังมี  Browser ติดมาให้ด้วย เมื่อมี Brower มาก็แทบจะทำเกือบทุกอย่างได้แล้วละครับ อยากจะดูอะไร อยากจะหาอะไรก็เข้ามาที่ Browser แล้่ว ก็ Search หาใน Google

นอกเหนือจากนั้น LG ยังมีการพัฒนา Smart TV Platform ที่ Based-on Netcast ซึ่งตัว Platform นี้จะถูกฝังเข้าไปในทีวีทุกรุ่นของ LG เพื่อที่จะเพิ่มประสพการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้ใช้ด้วย

Apple
ใครๆ ต่างก็จับตามอง Apple ว่า Apple จะมาไม้ไหน หลังจากที่พลิกวงการเครื่องเสียง โดยการออก  iPod จนทำให้ WalkMan หายไปจากตลาด ต่อมาก็พลิกวงการโทรศัพท์ โดยการออก iPhone จนทำให้ยักษ์ใหญ่อย่าง Nokia ต้องน้ำตาซึม

ที่มา:http://www.getsmarttv.net/2012/01/apple-smart-tv-rumor-coming-2012/

ยังไม่เคยมีใครเห็น หรือยังไม่มีภาพหลุดออกมาว่าหน้าตาของ Apple TV จะเป็นอย่างไร ความสามารถจะทำอะไรได้บ้าง หรือแม้กระทั้งชื่อจะใช้ชื่ออะไรก็ยังไม่มีข้อมููลออกมาเลย Apple TV ถือได้ว่าเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายของ Steve Jobs ที่ทิ้งไว้ให้ชาวโลกถึงแม้ตัวเขาจะไม่ได้เห็นก็ตาม ต้องมาติดตามดูว่า Apple จะทำให้ User Interface ของ TV แตกต่างจากเดิมที่เป็นอยู่อย่างไรบ้าง เพราะมีข่าวว่าทาง Apple มีไอเดียเรื่องนี้แล้ว เรื่องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค เป็นเรื่องถนัดของ Apple อยู่แล้ว  แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าคู่แข่งที่อยู่ในตลาดนี้มานานก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย

จะเป็น iTV หรือเปล่า ก็ต้องรอดูนะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

iPhone 5 มาหรือยัง

 

ข่าวลือว่า iPhone 5 จะออกราวเดือนมิถุนายน 2554 โดยสัญญาว่า สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้เร็วขึ้น รับสัญญานได้ดีขึ้น และมีฟีเจอร์ที่ลูกค้าต้องชอบ ซึ่งได้แก่

* Face Recognition feature
* Video Chat on 3G and 4G
* An OLED screen
* Wireless Sync with Apple’s very popular iTunes
* Built-in GPS
* Longer battery life
* HD audio feature
* A scratch proof and shock-proof screen

Originally Posted: http://thetechjournal.com/electronics/iphone/rumour5th-gen-iphone-5-specs-and-release-date-on-2011.xhtml#ixzz1EwxZOYIw

มีข่าวอีกว่าจะมี iPhone 5 เวอร์ชั่นที่เป็น CDMA ด้วย ซึ่งก็น่าจะเป็นข่าวดีของคนที่ใช้ Hutch บ้านเราที่เริ่มมีหวังที่จะได้ใช้ iPhone กะเขาบ้าง

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Mobile Operating System

 

ปัจจุบันเราจะเห็นมือถือ smartphone อยู่หลายรุ่นหลายยี่ห้อแต่ละยี่ห้อก็จะมี OS ที่แตกต่างกันออกไป แล้วเคยสงสัยหรือเปล่าครับว่าแต่ละตัวนั้นแตกต่างกันอย่างไร

credit: whytheluckymobile.com (Feb2010)

ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 7 ค่าย ส่วนที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุดก็คือ WebOS ของ Plam เป็นเวอร์ชั่น 2.0 ที่ปัจจุบันถูก HP ซื้อไปแล้ว  เปรียบเทียบกันหน่อย

OS

iPhone OS 3.x

Android 2.x

Windows Phone 7

Symbian 3

MeeGo

HP Web OS 2.0

Blackberry OS 5

ผู้ผลิต

Apple

Google

Microsoft

Nokia

Nokia/Intel

HP

RIM

ส่วนแบ่งตลาด

13%

3%

9%

50%

<3%

<3%

20%

การพัฒนา

Close Source

Open Source

Close Source

Open Source

Open Source

Close Source

Close Source

การทำงาน

No Multi-tasking

Multi-tasking

Restricted Multi-tasking

Visual Multi-tasking

Multi-tasking

True Multi-tasking

Multi-tasking

การสำผัส

Multi-touch

Multi-touch

Multi-touch

Multi-touch

Multi-touch

Multi-touch

No Multi-touch

Browser

Safari

Chrome/

WebKit

Internet Explorer/

Trident

Mozilla

Mozilla

Chrome/

WebKit

WebKit

วิธีการ Update

Sync

Over the Air

N/A

Sync/Over the Air

Over the Air

Over the Air

Over the Air

ผู้ให้บริการ Application

Apple App Store

Android Market

Apps Marketplace

Ovi App Store

Ovi App Store

Plam Store

Blackberry App World

จำนวน Application

300,000+

90,000+

1,700+

3,000+

3,000+

1,400+

3,000+

 

มีเปรียบเที่ยบ Feature ในรายละเอียดอีกนิดหน่อยของ 3 เจ้า โดย PC World (Oct 2010)

 

Credit: PC World

ชอบแบบไหนก็เลือกใช้กันได้ตามสบายเลยครับ

วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

2011 Threats Predictions by McAfee Labs–ตอน 3 จบ


5 Botnet ตัว Botnet เองยังคงเป็นสิ่งที่น่ากลัวซึ่งนับวันก็ยิ่งจะมีความน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ botnet จะทำหน้าที่คอยเก็บข้อมูลส่วนตัวของเราที่ละนิดทีละหน่อย วิธีการได้มาซึ่งข้อมูลนั้นก็เริ่มมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ คงไม่ใช่แค่ส่งเป็น Spam เพียงอย่างเดียว เป้าหมายใหญ่อีกจุดหนึ่งก็คือส่วนของ Social Network ที่ผ่านมามีการทำลาย จำนวนของ botnet ไปเยอะเหมือนกัน เช่นพวก Mariposa, Bredolab และ Zeus botnet เป็นต้น แต่ตัว botnet เองก็มีการพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ การรวมตัวกันของ Zeus กับ SpyEye จะทำให้เกิด botnet ที่น่ากลัวกว่าเดิม มีการโจมตีที่ดีขึ้นสามารถเจาะระบบ Security และหลบเลี่ยงการตรวจจับได้ดีขึ้น
Social Network ถือได้ว่าเป็นสวรรค์ของ Botnet เลยก็ว่าได้ เพราะมีข้อมูลให้เก็บเพียบเลยแถมเป็นข้อมูลส่วนตัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Twitter นี่ยังรวมไปถึงพวก Foursqure, Xing, Bebo, Friendster หรืออื่นๆ
6 Hacktivism แรงจูงใจในการโจมตีที่มาจากเรื่องผลประโยชน์เรื่องการเมือง นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ในปี 2011 นี้แนวโน้มน่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ  เราน่าจะได้เห็นวิธีการโจมตีใหม่ๆ กลุ่มใหม่ๆ หลายกลุ่มอาจเดินตามรอยของ Wikileaks รูปแบบการโจมตีจะเปลี่ยนไปจากคนเดียวเป็นกลายเป็นกลุ่มก้อนที่ไม่มีรูปแบบแน่นอน การโจมตีจากกลุ่มคนที่อ้างว่าทำงานอิสระ แต่จริงๆ แล้วใครไปผู้หนุนหลังก็ไม่รู้อาจจะเป็นรัฐบาลหรือเปล่า หรือจะเป็นฝ่ายต่อต้าน และ Social Network เองก็จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ผลงานมากขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

2011 Threats Predictions by McAfee Labs–ตอน 2

 

2. Mobile ภัยของ Mobile น่าจะเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบัน เครื่องมือถึอส่วนใหญ่ก็เป็น Smart Phone ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Windows, Android หรือ iPhone ไม่ว่าจะเป็นตัวไหน ปัจจุบันก็มีการ Hack, Jailbreak แล้วทั้งนั้น ระวังพวก Botnet ไว้ให้ดี เรากำลังจะได้เห็นโฉมหน้าใหม่ของการโจมตี ทาง Cyber

3. Apple  Mac OS เป็นกลุ่มเป้าหมายของพวก WhiteHat และ BlackHat มานานแล้ว ปัจจุบันการใช้งาน MacOS นั้นมีมากกว่าเดิมหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็น ตัวเครื่อง Mac, MacBook, iPhone หรือ iPad ต่างก็ใช้ OS ของ Apple ทั้งสิ้น ทั้ง iPhone และ iPad ต่างก็ขายได้หลายล้านเครื่อง อย่างที่ผมเคยกล่าวไปแล้วว่า เมื่อกลุ่มเป้าหมายมีมากขึ้น แรงจูงใจของพวกผู้ไม่หวังดีก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ปีนี้ Trend พวก Malware ที่พุ่งเป้าไปที่ Apple น่าจะสูงขึ้น

4. Applications ไม่ว่าเราจะใช้โทรศัพท์ยี่ห้ออะไร หรือ OS ของค่ายไหนก็ตาม สิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้เหมือนกันก็คือ Application ปัจจุบันไม่ใช่แค่โทรศัพท์เท่านั้นที่ต่อเน็ตได้ ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ อีกหลายอย่างที่ต่อเน็ตได้ เช่นพวก Internet TV ต่อไปก็จะมีอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านที่เริ่มมีการต่อเน็ตมากขึ้น จุดที่เหมือนกันก็คือ ทุก ๆ อุปกรณ์จำเป็นต้องมี Application เพื่อที่จะใช้ในการทำงานตามที่เราตั้งใจไว้ ปัญหาจึงกลับมาที่เรื่องคุณภาพของ Application ว่า Application ที่ทำออกมานั้นมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน มีความ Secure มากน้อยแค่ไหน Application ที่ไม่ดีอาจะเปิดเผยข้อมูลสำคัญของเราที่เราไม่อยากให้คนอื่นๆ รู้ก็ได้ เราคงต้องกลับมาเน้นเรื่อง Application Security กันอีกครั้งแล้วกระมัง

วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

2011 Threats Predictions by McAfee Labs–ตอน 1

 

McAfee Labs ได้ทำการวิเคราะห์และพยากรณ์อันตรายต่างๆ ว่าในปี 2011 นี้จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

1. ภัยจาก Social Media ในปีที่แล้วเราเริ่มจะเห็นแล้วว่าเริ่มมีพวก Malicious Code บนป่วนเปี่ยนบน Social Media โดยส่วนตัวผมก็เห็นเหมือนกัน มีเพื่อน Chat มาผ่าน Facebook คุยมาเป็นภาษาอังกฤษเลย ซึ่งผิดวิสัย โทรกลับไปเช็คเขาก็บอกว่าไม่ได้คุย Social Media กลายเป็นขุมทรัพย์ตัวใหม่ เพราะที่นี้คนเล่นเยอะ ที่ไหนคนเยอะ พวก Malicious Code ชอบนัก สิ่งทีต้องระวังคือ

1.1 Short URL Service เช่น http://bit.ly/fsdkd พวก Short URL ได้รับความนิยมมากใน Social Network ข้อดีคือมันสั้นดีจำง่ายพิมพ์ก็ง่าย แต่ข้อเสียคือเราไม่รู้ว่าพอเราคลิ๊กที่ Link แล้ว Link มันจะพาเราไปไหน มันสามารถถูกใช้ไปในแง่ของการ spam, scamming หรือ phishing ได้

1.2 Locative Service เช่นพวก Foursquare, Gowalla และ Facebook Places. Service พวกนี้ทำการเก็บข้อมูลว่าเราไปที่ไหนมาบ้าง จากข้อมูลดังกล่าวถ้าหากรวบรวมให้ดีเราก็สามารถวิเคราะห์ วิธีการใช้ชีวิตของคนคนนั้นได้ว่าแต่ละวันเขาไปทำอะไรบ้างแล้วต่อไปเขาจะไปทำอะไร ซึ่งถ้าข้อมูลเหล่านี้ไปตกอยู่ในมือผู้ไม่หวังดีก็คงไม่ดีแน่ใช่หรือเปล่าครับ

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

CES2011: Motorola Atrix; Phone or PC or Both

 

Photo credit: TechRepublic

Motorola สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการไอทีอีกครั้ง จับเครื่อง PC ยัดเข้าไปไว้ในโทรศัพท์ เพราะโทรศัพท์เครื่องนี้มี Android เป็น OS การใช้งานเป็นการใช้เล่นเน็ตเสียเป็นส่วนใหญ่ มี Firefox ตัว CPU เป็น Dual Core NVIDIA Tegra2 ส่วนตัว Software ที่ให้มาก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆ กับ Mac กับ Windows ผสมกัน

Photo credit: Jason Hiner | TechRepublic

วิธีการใช้งานแบบ PC ก็ต้องมีตัว Docking ที่ต่อจอกับคีย์บอร์ดและเมาส์เอาไว้แล้ว ส่วนเจ้า Atrix ก็คือตัวประมวลผลนั่นเอง

Motorola Atrix demo video from CES 2011

วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

CES 2011: Notebook 3D รุ่นใหม่ของ Toshiba ไม่ต้องใช้แว่นแล้ว (Glasses-Free 3D)


สมัยก่อนเวลาดูหนัง 3D ไม่ว่าจะเป็นบน Notebook หรือบน PC ก็ตาม เราจำเป็นต้องใช้แว่น แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว Toshiba ออก Notebook รุ่นใหม่ที่สามารถดูหนัง 3D ได้เลยโดยไม่ได้ใช้แว่น เพราะตัว Notebook จะใช้กล้อง Webcam ที่อยู่บนเครื่องจับหน้าของผู้ดูไว้ แล้วใช้โปรแกรม Facial Tracking ไปประมวลผลในการสร้างภาพสามมิติขึ้นมาบนจออีกที

(ภาพจาก TechRepublic)
จากภาพจะเห็นจอสองจอ จอล่างขวาเป็นภาพจาก WebCam ที่มี Software ใช้ Track หน้าของผู้ชมว่าตาอยู่ตรงไหน เพื่อที่จะแสดงภาพในแบบ 3D ในอีกจอหนึ่ง

(ภาพจาก TechRepublic)
ตัวอย่างในภาพเป็นเรื่อง Avatar ใครอยากได้ตอนนี้ก็ต้องรอไปก่อน เพราะยังไม่มีขาย แถมยังไม่มีกำหนดเปิดตัวอีกด้วย


จากงาน CES 2011 เมื่อวันที่ 6-9 มกราคม 2554 ที่ Las Vegas, USA